กินแล้วนอน พฤติกรรมที่ไม่ควรทำ!!

NO.1 เวย์โปรตีน ISOLATE นำเข้าจาก อเมริกา > Article > บทความ > กินแล้วนอน พฤติกรรมที่ไม่ควรทำ!!

กินแล้วนอน

ทุกคนรู้ดีอยู่ว่า หลังจากทานอาหารเสร็จใหม่ๆ กระเพาะอาหารยังไม่สามารถย่อยได้เร็วขนาดที่เราจะนอนได้ทันที ไม่เช่นนั้นท้องอืด แน่นท้อง และอ้วนง่ายแน่นอน

 

กระบวนการย่อยอาหารโดยปกติ จะเริ่มย่อยอาหารตั้งแต่ในปาก ด้วยการย่อยคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาล (ย่อยโดยน้ำลาย) โปรตีนจะถูกย่อยที่กระเพาะอาหาร จากนั้นอาหารที่ย่อยในบางส่วนจะถูกส่งไปที่ลำไส้เล็ก พร้อมทั้งย่อยทั้งคาร์โบไฮเดรต (ในรูปของน้ำตาล) ย่อยโปรตีน และย่อยไขมัน สารอาหารจะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก (กระบวนการย่อยอาหารจะสิ้นสุดที่ลำไส้เล็ก) ส่วนกากอาหารถูกส่งไปที่ลำไส้ใหญ่ และดูดซึมสารอาหารที่เหลือจากลำไส้เล็ก

กว่าที่จะสิ้นสุดกระบวนการย่อยอาหาร ใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และระบบย่อยอาหารจะทำงานได้ดีเมื่อเราอยู่ในท่านั่งหรือยืน เพราะอวัยวะทุกส่วนในระบบตั้งตรงตามร่างกาย แต่เมื่อใดก็ตามที่เรากินอาหารเสร็จแล้วนอนในช่วงที่ระบบย่อยอาหารยังทำงานไม่สิ้นสุด อวัยวะจะอยู่ในแนวราบตามร่างกายแทน ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ส่งผลร้ายกว่าที่คิด

กินแล้วนอน

ผลร้ายจากการกินแล้วนอน มีอะไรบ้าง!?

 

  1. ท้องอืด อาหารไม่ย่อย

การกินแล้วนอนทันที รู้ไหมว่าทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เพราะต้องใช้เวลาในการย่อยอาหารแต่ละประเภท หากอาหารยังย่อยไม่หมดอาจเกิดตกค้าง หมักหมม จนเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด เมื่อมีอาการท้องอืดก็จะทำให้เรานอนไม่สบายตัว และไปรบกวนประสิทธิภาพในการนอนหลับอีกด้วย

 

  1. กรดไหลย้อน

พฤติกรรมการกินแล้วนอน ทำให้น้ำย่อยที่ถูกหลั่งออกมาจึงไหลย้อนกลับขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร ในบางรายอาจย้อนกลับขึ้นมาถึงบริเวณลำคอ เกิดอาการระคายเคือง เนื่องจากน้ำย่อยมีฤทธิ์เป็นกรด จนทำให้รู้สึกแสบร้อนกลางอก จุกเสียดแน่นท้อง ขมในลำคอ เรอเหม็นเปรี้ยว ซึ่งถ้าหากเกิดกรดไหลย้อนนี้ ใช่ว่าจะรักษาได้ง่าย มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แถมเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร หรือโรคหลอดเลือดสมองด้วย

 

  1. นอนไม่หลับ

อาการนอนไม่หลับ ก็สืบเนื่องมาจากการภาวะท้องอืด หรือโรคกรดไหลย่อย เมื่อเรารู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน อาหารไม่ย่อย หรือแสบร้อนกลางอก ทำให้ไม่สบายท้อง ไม่สบายตัว นอนหลับๆ ตื่นๆ นอนหลับไม่เต็มที่ หรือนอนไม่หลับเลยก็มี ส่งผลให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานปั่นป่วนไปหมด เสี่ยงต่อโรคอื่นๆ แทรกซ้อนมากมายเลยล่ะ

 

  1. โรคหลอดเลือดสมองหรือมะเร็งหลอดอาหาร

โรคหลอดเลือดสมอง เป็นภาวะเสี่ยงที่เป็นผลมาจากโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง และอาการอาหารไม่ย่อย เนื่องจากกระบวนการย่อยอาหารนั้นมีผลโดยตรงต่อความดันโลหิต ระดับน้ำตาลและระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เมื่อระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การดูดซึมสารอาหารจะมีปัญหา และส่งผลต่อภาวะความดันโลหิต และการรักษาระดับน้ำตาลกับคอเรสเตอรอล ส่งผลกระทบถึงระบบไหลเวียนโลหิต

ถ้าหากระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา ทำให้เลือดที่จะลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปทั่วร่างกายส่งไปได้ยากขึ้น อาจเกิดภาวะสมองขาดเลือดหรือขาดออกซิเจน อาการหายใจไม่อิ่ม ใจสั่น เกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง

สำหรับโรคมะเร็งหลอดอาหาร เป็นภาวะเสี่ยงที่เป็นผลมาจากโรคกรดไหลย้อน หากมีอาการเรื้อรังจากการที่น้ำย่อยไหลย้อนกลับมาที่หลอดอาหาร เกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยไว้นานๆ จึงมีโอกาสที่จะกลายเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารนั่นเอง

 

  1. โรคอ้วน

แน่นอนอยู่แล้วว่า พฤติกรรมการกินแล้วนอน เกิดโรคอ้วนได้ง่าย เพราะร่างกายเรารับพลังงานจากอาหารมากเกินไป ไม่ออกกำลัง เมื่อร่างกายไม่ได้ดึงพลังงานที่ได้ไปใช้ พลังงานก็จะสะสมกลายเป็นไขมัน โดยเฉพาะคนที่ชอบกินอาหารที่ให้พลังงานสูง ร่างกายก็จะสะสมไขมันเพิ่มขึ้น ซึ่งการกินแล้วนอนทำให้ร่างกายแทบไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย พลังงานที่กินเข้าไปจึงไม่ได้ถูกใช้ ส่งผลให้อ้วนขึ้นนั่นเอง แถมลงพุงด้วย

 

รู้อย่างนี้แล้ว เรามาเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแล้วนอน หันมาเดินย่อยอาหาร ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ก่อนนอนดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังทำให้สุขภาพของเราแข็งแรงด้วยนะ และอย่าลืมบำรุงสุขภาพด้วยอาหารเสริมโปรตีน เพื่อดูแลมวลกล้ามเนื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ได้

 

สนใจรับเคล็ดลับลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม เพิ่มเติมได้ที่

Facebook : WheyMagneto

Instagram : WheyMagneto

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *