รูปร่าง บอกโรค
รูปร่าง บอกโรค

รูปร่าง เป็นลักษณะภายนอก ที่ไม่สามารถประเมินได้ว่า สุขภาพภายในนั้นเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะมีรูปร่างอย่างไร คุณสามารถเลือกได้ว่า อยากมีสุขภาพดีแบบไหน และสิ่งที่เราควรทำ คือ ตรวจเช็คร่างกาย เพื่อดูสิ่งที่เราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ความดันโลหิต คลอเลสเตอรอล และค่าการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

 

ดังนั้น เราดูกันดีกว่าว่า รูปร่างแต่ละแบบมีลักษณะ ข้อดี ข้อเสียอย่างไร และควรเลือกดูแลสุขภาพอย่างไรกันบ้าง เพื่อเลือกปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

  1. รูปร่างแบบ เอนโดมอร์ฟ (endomorph)

รูปร่างลักษณะนี้ จะมีปริมาณกล้ามเนื้อ และไขมันมากขึ้น ไหล่เล็ก แขนขาสั้น และกระดูกใหญ่ ลักษณะคล้ายกับนักกีฬาขว้างจักร คนรูปร่างนี้จะน้ำหนักขึ้นง่ายลดยาก เมื่ออ้วนก็มักจะออกก้น หรือออกขา ที่เป็นเช่นนี้เพราะร่างกายมักเปลี่ยนแป้งที่รับประทานไปเก็บในรูปของไขมัน มากกว่าที่จะเผาผลาญออกไป

 

  1. รูปร่างแบบลูกแพร์ (Pear shape)

รูปร่างคล้ายกับลูกแพร ท่อนบนจะลักษณะสูงผอม (แบบที่ 1) แต่ท่อนล่างจะใหญ่ขึ้น (แบบที่ 2) โดยกลุ่มคนรูปร่างนี้จะมีไขมันสะสมที่สะโพก และต้นขามาก รูปร่างแบบนี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเป็น และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายส่วนมากจะพบภาวะอ้วนลงพุง ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคมากกว่าการสะสมไขมันแบบผู้หญิง

 

  1. รูปร่างแบบ เอคโตมอร์พ (ectomorph)

ลักษณะรูปร่างผอม กระดูก และข้อต่อเล็ก ตัวบางๆ คนที่มีรูปร่างแบบนี้ เช่น นักวิ่ง นางแบบ/นายแบบต่างๆ ลักษณะโดยรวมคือ ผอม น้ำหนักขึ้นยาก เพราะร่างกายของคุณค่อนข้างย่อยอาหารได้ไว จึงสร้างกล้ามเนื้อได้น้อย แต่คนรูปร่างลักษณะนี้ ก็สามารถมีไขมันส่วนเกินได้เช่นกัน ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งเสี่ยงต่อการสะสมไขมัน

 

  1. รูปร่างแบบลูกแอปเปิ้ล (apple shape)

คล้ายกับคนอ้วนลงพุง แต่ท่อนล่างยังเล็กอยู่ ซึ่งมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และสัมพันธ์กับการเกิดโรคมากกว่ารูปร่างแบบลูกแพร เพราะว่าไขมัน บริเวณหน้าท้องไม่ได้หมายถึงไขมันที่ผิวหนังเท่านั้น คนเหล่านี้ มักมีไขมันเกาะตามอวัยวะสำคัญๆ ภายใน ทำให้เป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวานชนิดที่ 2 และคลอเลสเตออลในเลือดสูง

 

  1. รูปร่างแบบ เมโซมอร์ฟ (mesomorph)

รูปร่างลักษณะ แบบนักกกีฬา แข็งแรง ไหล่กว้าง เอวคอด มีปริมาณไขมันในร่างกายต่ำ ซึ่งธรรมชาติของคนรูปร่างแบบนี้จะแข็งแรง น้ำหนักคงที่ รูปร่างที่เหมาะสำหรับการเล่นฟิตเนส หรือเล่นกีฬา

 

เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่รู้จักรูปร่างทั้ง 5 แบบไปแล้ว สามารถสะท้อนได้ว่า แต่ละคนนั้นน่าจะมีปัญหาสุขภาพในด้านไหนบ้าง ต่อมา จะบอกเล่าถึงค่าต่างๆ ที่ทางการแพทย์ใช้เพื่อวัดขนาดร่างกาย และกำหนดเป็นเกณฑ์ ดังนี้

 

รูปร่างบอกโรค

  1. ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index; BMI)

การพิจารณาปัญหาสุขภาพ ค่าดัชนีมวลกาย เป็นอีกค่าหนึ่งที่นิยมใช้ โดยคำนวณจากส่วนสูง (เซนติเมตร) และ น้ำหนัก (กิโลกรัม) โดยในประเทศไทยใช้เกณฑ์ที่ 23 และ 25 โดยหากเกิน 23 จะบอกว่าอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน แต่หากเกิน 25 จะบอกว่าคนนั้นมีภาวะอ้วน แต่ค่า BMI เป็นค่าที่ดูคร่าวๆ เท่านั้น ไม่ได้สะท้อนถึงปริมาณไขมันในร่างกาย

 

  1. เส้นรอบเอว

ถือว่าเป็นวิธีการวัดปริมาณไขมันง่ายๆ ในร่างกาย โดยวัดเส้นรอบเอว (ผ่านสะดือ) หากมากกว่า 90 ซม. ในผู้ชายและมากกว่า 80 ซม. ในผู้หญิง จะถือว่า มีภาวะอ้วนลงพุง และมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และเบาหวานชนิดที่ 2

 

  1. สัดส่วน เอวต่อสะโพก

สัดส่วน เอวต่อสะโพก สามารถเป็นค่าวัดปริมาณไขมันในร่างกายได้ โดยทำการวัดความยาวเส้นรอบเอว (วัดผ่านสะดือ) หารด้วยความยาวเส้นรอบสะโพก (วัดผ่านส่วนที่ใหญ่ที่สุด) หากผู้หญิงมีค่ามากกว่า 0.85 และผู้ชายมีค่ามากกว่า 0.9 จะถือว่า มีภาวะอ้วนลงพุง เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง

 

ต้นขาใหญ่ = สุขภาพ

ซึ่งมีการศึกษาว่า คนที่ต้นขาเล็กว่า 24.5 นิ้ว มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ และมีปัญหาสุขภาพมากกว่า ส่วนคนที่ต้นขาที่ใหญ่ ก็ไม่ได้หมายถึงว่า จะมีสุขภาพที่ดีเสมอไป แต่นั่นก็บ่งบอกได้ว่า คนที่ต้นขาใหญ่มีปริมาณไขมัน กล้ามเนื้อเยอะอย่างเห็นได้ชัด

 

ต้นแขน = สุขภาพ

จากการศึกษา กลุ่มผู้ชายอายุระห่าง 60 – 79 ปี พบว่า ผู้ชายที่เอวคอด ต้นแขนใหญ่ และแข็งแรงมักมีสุขภาพที่ดีกว่า และมีอายุยืนกว่า ซึ่งหากคิดตามหลักพื้นฐาน ผู้ชายที่มีรูปร่างต้นแขนใหญ่ มักเป็นคนที่ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพอยู่แล้ว

 

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะ ต้นแขนใหญ่ ต้นขาเล็ก สุดท้ายก็เป็นรูปร่าง ที่ติดตัวคุณมาจนถึงปัจจุบัน และไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างอย่างไร ก็มีหลายๆ ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณ หากคุณต้องการมีสุขภาพที่ดี คุณจำเป็นต้องออกกำลังกาย เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ และสลายไขมันสะสมที่ไม่จำเป็นออกไป ถึงแม้ว่า น้ำหนักคุณจะเท่าเดิม แต่ถ้าคุณออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาที / ครั้ง 4 วัน / สัปดาห์ จะทำให้คุณสามารถรักษารูปร่างที่ดีเอาไว้ได้ ถึงแม้น้ำหนักจะไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม

 

นอกจากนี้ การทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อไก่ ปลา ไข่ ถั่ว รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรตีน ไขมันต่ำ ถือว่าเป็นสิ่งทุกคนควรรับประทาน ทางที่ดี ควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หากทำควบคู่กับต่อเนื่อง นอกจากรูปร่างของคุณดีขึ้นแล้ว ยังทำให้สุขภาพของคุณดีอีกด้วย

 

สนใจรับเคล็ดลับลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม เพิ่มเติมได้ที่

Facebook : WheyMagneto

Instagram : WheyMagneto

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *